รูปแบบของกิจการเพื่อสังคมต่างประเทศ # 6
รูปแบบของกิจการเพื่อสังคมแบ่งออกได้เป็น 6 กลุ่ม
เรามารู้จักรูปแบบที่ 6 และเคสตัวอย่าง Seventh Generation
6. กิจการเพื่อสังคม ประเภทหากำไรด้วยพันธกิจทางสังคม (For-profit with social mission)
ในบางธุรกิจ ผลกระทบทางสังคมสามารถวัดผลได้ด้วยจำนวนของการเช็คถูกที่เขียนไว้ แต่ในบางธุรกิจผลกระทบทางสังคม พันธกิจถูกเรียงร้อยอยู่ในธุรกิจโดยตรงอยู่แล้ว
ตัวอย่าง
Seventh Generation ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 1988 เริ่มต้นด้วยจดหมายสั่งของสำหรับ
ผลิตภัณฑ์บ้านสีเขียว
ภายใต้การนำของ Jeffery Hollender ได้กลายเป็นธุรกิจขนาด 150 ล้าน
เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าท้าทายของกิจการที่สามารถสร้างกำไร ภายใต้
จุดมุ่งหมายด้านสังคม ในปี 2009 Hollender ได้กลายมาเป็นประธานคณะ
กรรมการและส่งต่อหน้าที่ CEO ให้แก่ Chuck Maniscalco ซึ่งเป็นอดีตผู้
บริหาร Pepsi ปีถัดมาภายใต้ข้อตกลงที่ลือลั่นกับ Walmart บอร์ดของ
Seventh Generation ก็ประกาศยุติการจ้าง และบริษัทก็ได้ผู้นำคนใหม่ คือ
John Replogle ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารของ Burt’s Bees
เว็บไซด์ http://www.seventhgeneration.com/
รูปแบบธุรกิจนี้ใช้งานได้ดีเมื่อ
1. ผลิตภัณฑ์เป็นตัวขับเคลื่อนทางสังคม หรือกล่าวได้ว่า ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ขาย จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
2. ผู้ใช้มีความสามารถในการจ่ายอย่างมาก กรณีที่ดีที่สุด ผลิตภัณฑ์หรือบริการเป็นที่ต้องการของตลาด. หรือในกรณีที่มีองค์กรที่สาม อาทิ โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นผู้สนับสนุนในการจ่ายให้กับผู้ซื้อที่ไม่มีทุนทรัพย์
3. ธุรกิจไม่สามารถแยกออกมาจากพันธกิจทางสังคมได้ ตัวอย่างเช่น Tom Shoes จะบริจาครองเท้า 1 คู่ เมื่อเขาขายรองเท้าได้ 1 คู่ ผลกระทบทางสังคมเป็นตัวทำให้ธุรกิจมีความแตกต่าง ไม่เช่นนั้น Toms ก็เป็นเพียงบริษัทรองเท้าอีกบริษัทหนึ่งเท่านั้น
จุดแข็ง
การลงทุนในธุรกิจทั่วไปนั้นมีความจำกัด พันธกิจทางสังคมสามารถขยายขอบเขตทางการตลาด และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งทั่วไป คนรุ่นใหม่ที่เรียกกันว่า นักลงทุนที่เน้นผลกระทบ คือ เป้าหมายขององค์กรที่หากำไรด้วยพันธกิจทางสังคม ด้วยการขยายฐานที่มั่นที่มีศักยภาพในการสนับสนุน รัฐบาลโอบามาก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องโดยการจัดตั้งกองทุนที่เน้นผลกระทบด้วยเงิน 1 พันล้านเหรียญสหรัญ
ข้อท้าทาย
เพื่อพิสูจน์ถึงคุณค่าของนักลงทุน การดำเนินกิจการเพื่อสังคมสำหรับบริษัทที่เน้นกำไรต้องแสดงให้เห็นผลกระทบทางสังคมในเชิงปริมาณ พอๆ กับผลทางการเงิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น จึงไม่มีหลักประกันว่า พันธกิจทางสังคมจะรักษาไว้ได้ท่ามกลางการเติบโตของบริษัท ที่มีธรรมเนียมต้องแบ่งกำไรไปยังหุ้นส่วนหรือไม่ก็ควบรวม หรือไม่ก็จดทะเบียนในตลาดหุ้น มันเป็นเรื่องอยากที่จะรักษาไว้ซึ่งพันธกิจ ผู้ก่อตั้งอาจเริ่มด้วยความตั้งใจที่ดี แต่เมื่อธุรกิจขยายตัว ธุรกิจ (หรือคณะกรรมการ) ก็ต้องทำหน้าที่ที่น่าไว้วางใจแก่ผู้ถือหุ้น มากกว่าพันธกิจด้านสังคม
ตัวอย่าง
PharmaSecure
ปัญหายาปลอม เป็นปัญหาใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา PharmaSecure มีสำนักงานตั้งอยู่ใน เลบานอน, นิว แฮมเชียร์ และ นิวเดลี่ ทำหน้าที่สร้างรหัสแบบพิเศษสำหรับคำอธิบายการใช้ยาติดใต้ขวด ผู้บริโภค สามารถใช้ข้อความคำอธิบาย กับบริษัทผลิตยาเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ยิ่งกว่านั้น รหัสเหล่านี้ถูกพิมพ์บนขวดยามากกว่า 10 ล้านขวด และบริษัทมีสัญญาที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทในสิ้นปี 2011
เว็บไซด์ http://www.pharmasecure.com/
Two Degrees
ขนมทุกชิ้น ที่บริษัท Two Degrees Food ซึ่งตั้งอยู่ใน San Francisco ขายได้ บริษัทจะบริจาค ชุดวิตามินและเนยถั่วที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการแก่เด็กที่ขาดสารอาหารในมาลาวี 1 คน เริ่มต้นจากทุน 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐจากกองทุนของ angel investor การดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถส่งชุดอาหารให้แก่เด็กยากจนได้ถึง 10,800 ชุดในกลางเดือนกุมภาพันธ์ (ปัจจุบันไม่ต้องซื้อก็ได้ แค่ส่ง virtual bar ให้เพื่อนทาง facebook เด็กในพื้นที่ แอฟริกาก็ได้ชุดอาหารที่มีคุณภาพสูง)
เว็บไซด์ http://twodegreesfood.com/
Drop the Chalk
เป็นบริษัทในนิวออลีนส์ที่สร้างโปรแกรม online ที่เรียกว่า Kickboard ซึ่งให้ครูสามารถติดตามความสามารถในทางวิชาการ ปีที่แล้ว Drop the Chalk ได้รับเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ จากบริษัทเงินทุน First Light Venture ปัจจุบัน Kickboard เป็นเวอร์ชั่น beta ซึ่งใช้กันอยู่ใน 15 โรงเรียน
เว็บไซด์ http://www.kickboardforteachers.com/
ในที่สุดก็ครบทั้ง 6 ประเภทแล้ว ตอนนี้รู้หรือยังว่า ตัวเราหรือคนที่เรารู้จักเป็นผู้ประกอบการณ์เพื่อสังคมประเภทไหน?
ข้อมูล “รูปแบบกิจการเพื่อสังคม” ที่มา: www.inc.com


