Skip to main content
สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ logo สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ

Primary links

  • รู้จัก SE
    • ความหมาย SE
    • ตัวอย่าง SE
      • ภายในประเทศ
      • ต่างประเทศ
    • How to
  • ลงทะเบียน SE
    • เครือข่าย SE
    • พันธมิตร SE
    • ที่ปรึกษา/อาสาสมัคร
    • ผู้ร่วมทุน
  • เครือข่าย SE
  • ข้อมูล SE
    • คู่มือ/หนังสือ
    • งานวิจัย
    • บทความ
  • SE Media
    • SE Talks
    • Video
  • ผลิตภัณฑ์และบริการ SE
  • What's News
    • กิจกรรม SE
      • กิจกรรมในประเทศ
      • กิจกรรมต่างประเทศ
  • เกี่ยวกับ สกส.
    • สกส. ทำอะไร
    • ระเบียบคำสั่ง
    • ร่วมงานกับ สกส.
    • FAQ
    • ติดต่อเรา สกส.
หน้าแรก » รู้จัก SE » ตัวอย่าง SE » ภายในประเทศ » Be Magazine สร้างอาชีพ พลิกชีวิต เปลี่ยนสังคม

Be Magazine สร้างอาชีพ พลิกชีวิต เปลี่ยนสังคม

โพสโดย Anonymous เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012 16:05

Be Magazine สร้างอาชีพ พลิกชีวิต เปลี่ยนสังคม




ใครหลายคนอาจมองว่าเขา “บ้า” ถูกส่งไปเมืองนอกตั้งแต่ 12 ขวบ จบมามีดีกรีปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ จากเมืองผู้ดีอังกฤษ แต่กลับอยากลุกมาทำนิตยสาร แถมยังไอเดียแปลก ร่ำว่าสามารถแก้ปัญหาสังคมได้ ทั้งยังเป็นการช่วยแบบยั่งยืนเสียด้วย ต้นเรื่องของความบ้า มาจากแรงบันดาลใจอยากทำอะไรดีๆ หลังจากร่วมทำกิจกรรมมากมายระหว่างเรียน จนมาจุดไอเดียทำนิตยสารเพื่อช่วยเหลือสังคม ผ่านแรงดลใจสำคัญ “นิตยสาร  Big issue”  ประเทศอังกฤษ ที่ผลิตขึ้นแล้วนำไปให้คนไร้บ้านจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้ ลดการก่อปัญหานานัปการ พกความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยม พร้อมดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาได้เปรียบใคร ว่ากันตามตรงจุดเริ่มต้นแทบจะเท่ากับ 0 เพราะถ้าคิดเอาดีด้านสิ่งพิมพ์ตั้งแต่แรกก็คงไม่เลือกเรียนต่างสาขา ฉะนั้นความรู้เรื่องการผลิตสื่อนิตยสารจึงไม่มีในกระเป๋า

การถูกส่งไปเรียนอังกฤษตั้งแต่ 12 ขวบ ความรู้ภาษาไทยจึงมีแค่ระดับ ป.6 จะลุกมาทำหนังสือให้คนไทยอ่าน ไม่ง่าย ไม่มีทั้งความรู้ ไร้ทั้งประสบการณ์ แต่อีกด้าน จุดแข็งของนักเรียกนอก คือ เข้าใจโมเดลนิตยสาร Big issue ที่สำคัญทุนสังคม แบ็คจากครอบครัวที่แข็งแรง ทำให้เข้าถึงแหล่งทุนในช่วงสตาร์ทธุรกิจได้ง่ายขึ้น สิ่งที่จะมาบาลานซ์จุดอ่อน ก็แค่ หาคนมาช่วยเพราะการแก้ปัญหาสังคม ไม่ใช่เรื่องที่จะทำคนเดียวได้ตลอด 3 เดือนของการเซตโมเดลขึ้นมา “อารันดร์” เริ่มต่อจิ๊กซอว์ความฝัน ด้วยการดึงทีมบรรณาธิการนิตยสาร ที่มีความรู้และประสบการณ์เข้ามาช่วยเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ คนบริจาค และผู้รับ “อารันดร์” เชื่อว่า หนังสือต้องดีมีคุณภาพ คนจึงยอมจ่าย เพื่อให้ผู้รับ (บริจาค) ได้อย่างยั่งยืน นิตยสารไลฟ์สไตล์เล่มนี้จึงเน้นที่จะตอบสนองคนอ่านแท้จริง

  วิธีการของ BE ที่จะไปตอบการช่วยคนอย่างยั่งยืน คือให้ผู้ด้อยโอกาส สามารถเริ่มต้น
  หาเงินได้ ด้วยการลงทุนที่ 0 บาท โดยเข้ามาอบรมวิธีการขายจากทีมงาน BE จากนั้น
  สิ่งที่จะได้คือ นิตยสาร BE “ฟรีๆ”  30 เล่ม หากนำไปขายจะได้เงิน 1,350 บาท เป็น
  “ทุนตั้งต้น” หากต้องการขายหาทุนต่อเนื่อง เล่มต่อๆ ไป จะมีต้นทุน 25 บาทต่อเล่ม
  ส่วนต่าง 20 บาท ถือเป็นกำไรต่อชีวิตใหม่ “เราไม่ได้ต้องการให้เขาอยู่กับเราตลอดไป
  คุณไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน ก็มาหา BE ก่อน ขายช่วงนี้ประทังชีวิตไปก่อน ได้งานประจำ
  แล้วคุณไปเลย หลายคนที่เข้ามา เขาสามารถเก็บเงินได้ แล้วไปใช้เป็นทุนเริ่มต้นธุรกิจ
  เล็กๆ ของตัวเอง ซึ่งถ้าทำไปแล้วเจ๊งเขาก็มาหาเราใหม่ได้ BE เป็นเหมือนเครื่องเล่นเกม
  ที่แม้ game over ไปแล้ว คุณก็กดปุ่มเริ่มเล่นใหม่ได้” การเข้าไปรีครูทคน ตามแหล่งที่มี
  คนลำบาก อย่าง สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พูดครั้ง
  แรกผู้ฟัง 100 ชีวิต  มีคนสนใจเข้ามา 23 คน ถึงปัจจุบันมีพลพรรค BE อยู่ที่ 100 คน
  จากจำนวนเริ่มต้นประมาณ 300 คน ซึ่ง 200 คนที่หายไป ส่วนหนึ่ง มีงานทำ และไปเริ่ม
  ต้นธุรกิจของตัวเองได้ ในวันนี้ช่องทางสำคัญนอกจากการออกไปพูดเพื่อให้คนเข้ามา
  คือการเปิดเบอร์โทรศัพท์ 02-6919868-9 และอีเมล bemagazineg@gmail.com รับ
  การติดต่อจากผู้สนใจอีกทางด้วย เมื่อธุรกิจเพื่อสังคม ไม่ใช่การให้ทาน การจะทำให้ความช่วยเหลือยั่งยืน ก็ต้องอาศัยโมเดลที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้  วิธีการของพวกเขาคือ ทำระบบเป็นลักษณะงูกินหาง

รายได้ของ BE มาจากการขายหนังสือ ช่องทางแรกคือ คนลำบากรับไปขาย  “BE” ได้ฉบับละ 25 บาท “สมมติว่าคนมาซื้อกับผม 10 เล่ม เป็นเงิน 250 บาท เดือนแรกคือเท่านี้ เดือนที่สองสามารถเอา 250 บาท มาเป็นทุนไปซื้อเพิ่มเป็น 14 เล่ม เท่ากับมันมี 4 เล่มที่เพิ่มขึ้นมาเป็นทุนฟรีไปให้กับอีกคนหนึ่ง มันจะเป็นลักษณะงูกินหาง นี่คือสิ่งที่เราพยายามสร้างขึ้นมา ธุรกิจเพื่อสังคมมันต้องยั่งยืนด้วยวิธีนี้” รายได้ส่วนที่สอง มาจากการสมัครสมาชิกรายปี ในราคา 630 บาท ซึ่งเงินจำนวน  240 บาท จะถูกนำเข้ามูลนิธิที่มีให้เลือกกว่าสิบมูลนิธิ ตามความประสงค์ของสมาชิก อาทิ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิบ้านนกขมิ้น มูลนิธิดวงประทีป โครงการฟุตบอลเด็กในสลัม (ลำลูกกา) เป็นต้น ส่วนที่ 3 เข้าสายส่ง เพื่อกระจายไปให้คนทั่วไปได้รับรู้ ซึ่งหลังจากหักค่าสายส่ง หักค่าต้นทุน ก็ได้เงินมาก้อนหนึ่ง สำหรับการบริหารองค์กรและนำไปช่วยเหลือสังคม
ต่อไป

“ธุรกิจอยู่ได้เพราะคำว่า พอเพียง ถ้าคุณใช้ความคิดสร้างสรรค์คู่กับคำว่าพอเพียง มันก็ทำ
ให้เกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาได้ อย่างผมไม่ใช้กระดาษอาร์ทมัน แต่เลือกใช้กระดาษปอนด์
ที่ราคาถูกกว่า แล้วเอาดีไซน์เข้ามาช่วย จึงได้นิตยสารที่ดูดี ผมไม่มีโรงพิมพ์เอง ก็ใช้
ระบอบทุนนิยมที่ดีที่สุด คือให้แต่ละโรงพิมพ์มาเสนอราคาแข่งกัน  ที่ไหนพิมพ์ได้ถูกที่สุด
ก็รับงานไป กองบก.ก็ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ผมไม่ได้ให้คุณมากัดก้อนเกลือกินกับผม
ผมมีเงินเดือนให้ ตามมาตรฐานเพราะ นี่คือโจทย์ของธุรกิจเพื่อสังคม มันยังเป็นธุรกิจ
ต้องมีผลตอบแทน และต้องยั่งยืนด้วยตัวมันเองได้ มันยากกว่าการที่คิดช่วยเหลือคน
เพราะต้องคิดว่าช่วยอย่างไรให้เราไม่ตายด้วย  เมื่อทุกอย่างมันประหยัดลงไปได้ มันก็
เกิดความมั่นคงตามมาเอง” องค์กรอยู่ได้ด้วยลำแข้ง แนวทางช่วยเหลือก็ต้องขยับขยาย
ควบคู่ไป นี่คือเหตุผลที่ความพยายามของ BE ในลำดับต่อมา คือดึงความร่วมมือจาก
หน่วยงานที่มีศักยภาพต่อยอดความช่วยเหลือต่อไป “ธุรกิจเพื่อสังคมเราทำคนเดียวไม่ได้
ตอนนี้เราอยากขอความร่วมมือกับทางกรุงเทพมหานครมาก เมื่อเจอคนลำบาก ขอให้โยน
มาที่พวกเรา แล้วเราจะอบรมอาชีพให้เขาเอง ถ้าทำได้มันจะทำให้การแก้ไขปัญหาสังคม
เป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้น ช่วยเหลือคนได้มากขึ้น กระทั่งบริษัทที่อยากทำซีเอสอาร์ มาร่วมเป็น
ผู้สนับสนุนให้กับเรา ผมมองว่า BE เป็นนิตยสารเพื่อสังคมที่ชัดเจนที่สุดแล้วในเมืองไทย
เพราะเราเป็นหนังสือที่ให้ข้าวคนกินได้” เป็นวิธีช่วยคน สังคม อย่างชาญฉลาด แต่จะไกล
แค่ไหน คำตอบของหนุ่มไวแรงคนนี้บอกว่า ถ้าหนังสือดี ทุกคนได้ ธุรกิจก็อยู่ได้เช่นกัน

 

  • ภายในประเทศ
Find สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ on TwitterFind สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ on FacebookFind สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ on YouTubeFind สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ on Feed

SE of The Month

ปลาจะเพียร

ปลาจะเพียร กิจการหน้าร้านจำหน่ายสินค้าแฟร์เทรด (Fair Trade store) และทำงานกับองค์กรเพื่อสังคม หรือชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ

อ่านต่อ...
 
 
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์   แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.
สนับสนุนโดยChange Fusion